Archive for Psych ward

ความว่างเปล่า เกิดจากความไม่ว่างเปล่า

Bigbang Galaxy

อาจจะดูงงไปซักนิด ทำไมความว่างเปล่าถึงเกิดจากความไม่ว่างเปล่า เรามายกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทฤษฎี “Bigbang” ก่อนการเกิดของจักรวาล ไม่มีมวลสาร ช่องว่าง หรือกาลเวลา จักรวาลเป็นเพียงจุดที่เล็กยิ่งกว่าอะตอมเท่านั้น และด้วยเหตุใดยังไม่ปรากฏแน่ชัด จักรวาลที่เล็กที่สุดนี้ได้ระเบิดออกอย่างรุนแรงและรวดเร็วในเวลาเพียงเศษเสี้ยววินาที แรงระเบิดก่อให้เกิดหมอกธาตุซึ่งแสงไม่สามารถทะลุผ่านได้ ต่อมาจักรวาลที่กำลังขยายตัวเริ่มเย็นลง หมอกเริ่มรวมตัวกันเป็นอะตอม จักรวาลเริ่มโปร่งแสง

ในทางทฤษฎีแล้ว พื้นที่บางแห่งจะมีมวลหนาแน่นกว่า ร้อนกว่า และเปล่งแสงออกมามากกว่า ซึ่งต่อมาพื้นที่เหล่านี้ได้ก่อตัวเป็นกลุ่มหมอกควันอันใหญ่โตมโหฬาร และภายใต้กฎของแรงโน้มถ่วง กลุ่มหมอกควันอันมหึมานี้ได้ค่อยๆ แตกออก จนเป็นโครงสร้างของ “Galaxy” ดวงดาวต่าง ๆ ได้ก่อตัวขึ้นในกาแลกซี และจักรวาลขยายตัวออกอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน Read more

เรียนรู้การคิดนอกกรอบ เพื่อการพัฒนาที่ยิ่งขึ้น

เป็นที่เข้าใจกันว่าหลายคนเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ ที่จะทำอะไรในสิ่งที่ต้องการ แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็มีความสามารถในการพัฒนาได้ การพัฒนาไม่มีวันสิ้นสุด อย่างที่เราเคยได้ยินว่า ความรู้ไม่มีวันจบ คนที่คิดว่าเก่งแล้ว รู้มากพอแล้ว เท่ากับน้ำเต็มแก้วที่ไม่มีทางพัฒนา “จงทำตัวเป็นแก้วเปล่าเสมอ เพิ่มพร้อมรับสิ่งใหม่ๆได้เสมอ” และสิ่งที่ทำให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้คือ การคิดนอกกรอบ ฟังดูอาจสงสัย ว่าทำยังไงเราถึงคิดนอกกรอบได้ ทำอย่างไรเราถึงพัฒนาไปถึงจุดนั้น ผมจะไม่บอกว่าความคิดนอกกรอบจะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ 100% นั่นเพราะ ความคิดต่างๆ ต้องผ่านการทดลอง ผ่านการสรรห์สร้างด้วยมือของคุณ แน่นอนมีความเสี่ยงสูงที่จะล้มเหลว และแน่นอน โอกาสของความสำเร็จก็มีไม่น้อยไปกว่ากัน นั่นขึ้นอยู่กันจินตนาการที่เปื้อนไปด้วยหลักการณ์และเหตุผล ที่กลั่นกรอง จากความรู้ Think Outside the Boxประสบการณ์ ที่คุณรับรู้และผ่านมา มนุษย์มักล้อมกรอบตัวเองเพราะสัญชาตญาณที่ต้องสร้างความปลอดภัยให้ตัวเองไม่เว้นแม้แต่ความคิดริเริ่ม เมื่อคุณผเชิญหน้ากับความท้าทาย คุณมักยึดมั่นกับกรอบที่คุณคิดว่ามันมั่นคงและปลอดภัยที่สุด แต่เลือกทางที่จิตใจต่อต้านน้อยที่สุดเสมอ หลายครั้งตัวเลือกที่เลือกนั่นเหตุผลมาจากมีคนทำมาก่อนแล้วประสบความสำเร็จ อย่างไรซะ อย่าลืมว่าการก้าวเดินบนทางที่แตกต่าง มักให้ผลที่ต่างออกไป ความคิดนอกกรอบเลยเส้นความปลอดภัยที่คุณขีดขึ้นอาจสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่า แต่ต่างและล้ำค่า คู่ควรกับการเสี่ยง ทดลองทำมัน Read more

เรามักมองสิ่งที่ขาด มากกว่าสิ่งที่มี

หลายครั้งที่ผมพยายามหาอ่านประสบการณ์ชีวิต จากผู้ที่ประสบความสำเร็จเพื่อเป็นแรงผลักดันตัวเองให้มุ่งหน้าไปด้อีกครั้ง ในขณะที่กำลังใจทดถอย และเพื่อที่จะพยายามทุกทางให้ได้รับโอกาสเช่นเดียวกับคนเหล่านั้น การทำตามอย่าง ดำเนินตามทางก็เป็นสิ่งนึงที่ผมทำและผมก็เห็นว่าใครหลายคนทำเหมือนผมคือ ทำตามอย่างไม่เช่นนั้นสินค้าอย่างเดียวกันเปลี่ยนชื่อ หรือสินค้าชื่อคล้ายกันเปลี่ยนสีจึงมีให้เห็นดาดดื่น สินค้าใดคนทำสำเสร็จคนมักทำตาม

ผมมีความแนะนำอย่างนี้ครับ อย่าพยายามมองหาและลงมือทำในสิ่งที่ตนเองไม่ถนัด หรือไม่ชอบ แม้จะมีคนเคยประสบความสำเร็จมาแล้วก็ตาม ลองหันกลับมามองสิ่งที่คุณชอบ สิ่งที่คุณรักและลงมือทำต่อยอดจากสิ่งเหล่านี้ดูครับ แล้วคุณจะรู้ว่า นี่เอหละคือสิ่งที่คุณทำมันได้ดีที่สุด

แปลกนะครับเรารู้ว่าต้องการอะไร มากกว่าเรามีอะไร?

ทั้งที่จริงๆแล้วเราสามารถใช้สิ่งที่เรามีสร้างอะไรได้มากมายเยอะแยะ เรามีเป้าหมาย และไปถึงความสำเร็จได้แม้ว่าเราจะไม่ได้มีเงินทุนก้อนใหญ่ หรือฐานะที่ร่ำรวย

เพราะบางทีเราอาจจะไม่ได้ขาด เพียงแค่เรามองข้ามมันไปแค่นั้นเอง

https://www.facebook.com/kidbuakbuak/photos/a.735099743239184.1073741825.320194361396393/798335640248927/?type=1&fref=nf

21 สิ่งที่ไม่มีใครเคยบอกคุณเกี่ยวกับ “โรคซึมเศร้า”

ไม่ค่อยได้เขียนบทความแปลเท่าไหร่ แต่เพื่อนส่งบทความนี้ใน BuzzFeed มาให้ “21 Things Nobody Tells You About Being Depress” อ่านแล้วแบบว่า เป๊ะ เป๊ะ เป๊ะ เป๊ะ เป๊ะะะะะะ

เห็นว่าเนื้อหามันดีและสำคัญมากก็เลยขอแปลให้ฟังกันกับ “21 สิ่งที่ไม่มีใครเคยบอกคุณเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า”

หมายเหตุ: ทั้งนี้ทั้งนั้น อาการเหล่านี้เป็นอาการของโรคซึมเศร้า แต่ไม่ได้แปลว่าถ้าเป็นอาการเหล่านี้จะต้องเป็นโรคซึมเศร้านะ อาจจะแค่ขี้เกียจตัวเป็นขนก็ได้ ต้องไปตรวจใน Blog เก่าด้วย 7Q, 8Q, 9Q อีกทีนึง
1) เกือบทุกอย่างที่คนรอบข้างพูด นอกจากจะไม่ช่วยแล้วยังทำให้แย่ลง

ซึมเศร้ากับความเครียดมันต่างกัน คนส่วนใหญ่เห็นคนซึมเศร้าแล้วไม่เข้าใจ ก็จะพูดในเชิงของ “สู้สิวะ!” “ทำตัวให้มีความสุขดิวะ” “อย่ามาซึมเศร้า” ซึ่งคำพูดพวกนี้ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย ความจริงมันทำให้แย่ลงด้วย เพราะหลายคำเช่น “คนอื่นเจอหนักกว่านี้เค้ายังสู้ได้ ทำไมแค่นี้แกสู้ไม่ได้?” อันนี้เป็นสาเหตุตัวดีให้คนไปฆ่าตัวตายเลย เพราะจะทำให้ตัวเองรู้สึกไร้ค่า กระจอก ตอนไปหาหมอซึมเศร้า หมอไม่เคยใช้คำพวกนี้เลย แต่ใช้วิธีให้เราเห็นค่าตัวเอง แทนที่จะเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่น

Read more

ทำไม Designer ที่ดีต้องทำตัว “ขี้เกียจ”

2 วินาทีก่อนผมพบบทความ บทความนึงที่อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่า อยากเก็บไว้อ่านจัง พร้อมกับคิดว่ามันเตือนตัวเองเรื่องอีโก้ของตนเองได้ดีเลย

บทความจาก designil.com

ว่าด้วย…

หลายคนเข้าใจว่าอยากทำงานให้ดีต้องขยัน แต่พอทำงานเยอะ ๆ เข้าก็จะเริ่มพบว่างานนึงที่เราใช้เวลาทำ 40 ชั่วโมง จริง ๆ แล้วอาจจะใช้เวลาทำแค่ 10 ชั่วโมงก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน จึงกลายเป็นที่มาของคำว่า “ดีไซเนอร์ขี้เกียจ” ครับ

การเป็น “ดีไซเนอร์ขี้เกียจ” ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานออกมาไม่มีคุณภาพ แน่นอนว่าดีไซเนอร์ทุกคนอยากทำงานตัวเองให้ออกมาดี คุณ Joshua Johnson จาก Creative Market ก็เช่นกัน แต่เค้าค้นหาวิธีต่าง ๆ ที่จะใช้เวลาทำงานให้น้อยลง เพื่อจะได้มีเวลาสนุกกับชีวิต หาไอเดียใหม่ ๆ ให้มากขึ้น

นี่คือ 7 เทคนิคที่ “ดีไซเนอร์ขี้เกียจ” เรียนรู้มาในการทำงานให้เร็วขึ้น และคุณสามารถเอาไปปรับใช้ในงานได้ตั้งแต่วันนี้เลย!

1. กราฟฟิกจากเน็ตใช้ได้ ไม่บาป

งานออกแบบที่ดีไม่จำเป็นต้องวาดเอง ตัดต่อเองทุกอย่างเสมอไป (ไม่งั้นเราคงต้องทำฟ้อนต์ใช้เองแล้ว) การใช้กราฟฟิกที่ซื้อมาจากอินเตอร์เน็ตแบบลิขสิทธิ์ถูกต้อง เช่น Creative Market, Graphic River หรือกราฟฟิกที่เจ้าของแจกฟรี เช่น จากเว็บไซต์ Freebiesbug, Pixelbuddha เป็นสิ่งที่ “ดีไซน์เนอร์ขี้เกียจ” ควรทำอย่างยิ่ง

เพราะนอกจากงานลูกค้าจะเสร็จไวขึ้นแล้ว เรายังสามารถโฟกัสงานให้ภาพรวมออกมาดี แทนที่จะมาปวดหัวกับการนั่งดัดเส้น Vector ของส่วนเล็ก ๆ ในงาน Read more