Archive for It’s all about something.

หัดขี้เกียจอย่างฉลาด

หัดขี้เกียจอย่างฉลาด

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานอย่างเอาจริงเอาจังและมีเป้าหมาย เป็นแรงผลักดันทำให้คุณประสบความสำเร็จ เพราะ เงิน ทอง ความสำเร็จไม่ได้ตกลงมาจากฟ้า ไม่ได้เกิดขึ้นจากการนั่งเฉยๆ คำถามคือ เมื่อคุณได้สร้างธุรกิจขึ้นมาแล้ว คุณต้องทำงานหนักไปถึงเมื่อไหร่? เมื่อไหร่ที่คุณจะปล่อยให้ธุรกิจเติบโตเองได้ถ้าหากไม่มีคุณ?

อาจจะดูแปลกไปซะหน่อยนะครับ ถ้าบอกว่าคุณอยากพัฒนาธุรกิจของคุณให้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วคุณจะต้อง ‘หัดขี้เกียจให้เป็น’ ซึ่งความขี้เกียจที่หมายถึง แนานอนไม่ใช่พฤติกรรมแต่เป็นแนวคิดทางธุรกิจ ที่จะต้องอาศัย การทำงานอย่างฉลาด ให้มากกว่า การโหมตะบันหลับหูหลับตาทำงานหนัก (ในวันนี้ผมกลับมาทำงานวันแรกหลังจากทิ้งไปเที่ยว นู้นนี่นั้น เกือบ 6 เดือน ทำไมผมถึงทำแบบนี้ได้ เพราะผมรู้จักวิธีที่ทำให้งานเดินไปได้เพียงแค่คอบแวะมาดูเป็นครั้งคราว) Read more

เรียนรู้การคิดนอกกรอบ เพื่อการพัฒนาที่ยิ่งขึ้น

เป็นที่เข้าใจกันว่าหลายคนเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ ที่จะทำอะไรในสิ่งที่ต้องการ แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็มีความสามารถในการพัฒนาได้ การพัฒนาไม่มีวันสิ้นสุด อย่างที่เราเคยได้ยินว่า ความรู้ไม่มีวันจบ คนที่คิดว่าเก่งแล้ว รู้มากพอแล้ว เท่ากับน้ำเต็มแก้วที่ไม่มีทางพัฒนา “จงทำตัวเป็นแก้วเปล่าเสมอ เพิ่มพร้อมรับสิ่งใหม่ๆได้เสมอ” และสิ่งที่ทำให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้คือ การคิดนอกกรอบ ฟังดูอาจสงสัย ว่าทำยังไงเราถึงคิดนอกกรอบได้ ทำอย่างไรเราถึงพัฒนาไปถึงจุดนั้น ผมจะไม่บอกว่าความคิดนอกกรอบจะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ 100% นั่นเพราะ ความคิดต่างๆ ต้องผ่านการทดลอง ผ่านการสรรห์สร้างด้วยมือของคุณ แน่นอนมีความเสี่ยงสูงที่จะล้มเหลว และแน่นอน โอกาสของความสำเร็จก็มีไม่น้อยไปกว่ากัน นั่นขึ้นอยู่กันจินตนาการที่เปื้อนไปด้วยหลักการณ์และเหตุผล ที่กลั่นกรอง จากความรู้ Think Outside the Boxประสบการณ์ ที่คุณรับรู้และผ่านมา มนุษย์มักล้อมกรอบตัวเองเพราะสัญชาตญาณที่ต้องสร้างความปลอดภัยให้ตัวเองไม่เว้นแม้แต่ความคิดริเริ่ม เมื่อคุณผเชิญหน้ากับความท้าทาย คุณมักยึดมั่นกับกรอบที่คุณคิดว่ามันมั่นคงและปลอดภัยที่สุด แต่เลือกทางที่จิตใจต่อต้านน้อยที่สุดเสมอ หลายครั้งตัวเลือกที่เลือกนั่นเหตุผลมาจากมีคนทำมาก่อนแล้วประสบความสำเร็จ อย่างไรซะ อย่าลืมว่าการก้าวเดินบนทางที่แตกต่าง มักให้ผลที่ต่างออกไป ความคิดนอกกรอบเลยเส้นความปลอดภัยที่คุณขีดขึ้นอาจสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่า แต่ต่างและล้ำค่า คู่ควรกับการเสี่ยง ทดลองทำมัน Read more

เรามักมองสิ่งที่ขาด มากกว่าสิ่งที่มี

หลายครั้งที่ผมพยายามหาอ่านประสบการณ์ชีวิต จากผู้ที่ประสบความสำเร็จเพื่อเป็นแรงผลักดันตัวเองให้มุ่งหน้าไปด้อีกครั้ง ในขณะที่กำลังใจทดถอย และเพื่อที่จะพยายามทุกทางให้ได้รับโอกาสเช่นเดียวกับคนเหล่านั้น การทำตามอย่าง ดำเนินตามทางก็เป็นสิ่งนึงที่ผมทำและผมก็เห็นว่าใครหลายคนทำเหมือนผมคือ ทำตามอย่างไม่เช่นนั้นสินค้าอย่างเดียวกันเปลี่ยนชื่อ หรือสินค้าชื่อคล้ายกันเปลี่ยนสีจึงมีให้เห็นดาดดื่น สินค้าใดคนทำสำเสร็จคนมักทำตาม

ผมมีความแนะนำอย่างนี้ครับ อย่าพยายามมองหาและลงมือทำในสิ่งที่ตนเองไม่ถนัด หรือไม่ชอบ แม้จะมีคนเคยประสบความสำเร็จมาแล้วก็ตาม ลองหันกลับมามองสิ่งที่คุณชอบ สิ่งที่คุณรักและลงมือทำต่อยอดจากสิ่งเหล่านี้ดูครับ แล้วคุณจะรู้ว่า นี่เอหละคือสิ่งที่คุณทำมันได้ดีที่สุด

แปลกนะครับเรารู้ว่าต้องการอะไร มากกว่าเรามีอะไร?

ทั้งที่จริงๆแล้วเราสามารถใช้สิ่งที่เรามีสร้างอะไรได้มากมายเยอะแยะ เรามีเป้าหมาย และไปถึงความสำเร็จได้แม้ว่าเราจะไม่ได้มีเงินทุนก้อนใหญ่ หรือฐานะที่ร่ำรวย

เพราะบางทีเราอาจจะไม่ได้ขาด เพียงแค่เรามองข้ามมันไปแค่นั้นเอง

https://www.facebook.com/kidbuakbuak/photos/a.735099743239184.1073741825.320194361396393/798335640248927/?type=1&fref=nf

ทำไม Designer ที่ดีต้องทำตัว “ขี้เกียจ”

2 วินาทีก่อนผมพบบทความ บทความนึงที่อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่า อยากเก็บไว้อ่านจัง พร้อมกับคิดว่ามันเตือนตัวเองเรื่องอีโก้ของตนเองได้ดีเลย

บทความจาก designil.com

ว่าด้วย…

หลายคนเข้าใจว่าอยากทำงานให้ดีต้องขยัน แต่พอทำงานเยอะ ๆ เข้าก็จะเริ่มพบว่างานนึงที่เราใช้เวลาทำ 40 ชั่วโมง จริง ๆ แล้วอาจจะใช้เวลาทำแค่ 10 ชั่วโมงก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกัน จึงกลายเป็นที่มาของคำว่า “ดีไซเนอร์ขี้เกียจ” ครับ

การเป็น “ดีไซเนอร์ขี้เกียจ” ไม่ได้หมายความว่าจะทำงานออกมาไม่มีคุณภาพ แน่นอนว่าดีไซเนอร์ทุกคนอยากทำงานตัวเองให้ออกมาดี คุณ Joshua Johnson จาก Creative Market ก็เช่นกัน แต่เค้าค้นหาวิธีต่าง ๆ ที่จะใช้เวลาทำงานให้น้อยลง เพื่อจะได้มีเวลาสนุกกับชีวิต หาไอเดียใหม่ ๆ ให้มากขึ้น

นี่คือ 7 เทคนิคที่ “ดีไซเนอร์ขี้เกียจ” เรียนรู้มาในการทำงานให้เร็วขึ้น และคุณสามารถเอาไปปรับใช้ในงานได้ตั้งแต่วันนี้เลย!

1. กราฟฟิกจากเน็ตใช้ได้ ไม่บาป

งานออกแบบที่ดีไม่จำเป็นต้องวาดเอง ตัดต่อเองทุกอย่างเสมอไป (ไม่งั้นเราคงต้องทำฟ้อนต์ใช้เองแล้ว) การใช้กราฟฟิกที่ซื้อมาจากอินเตอร์เน็ตแบบลิขสิทธิ์ถูกต้อง เช่น Creative Market, Graphic River หรือกราฟฟิกที่เจ้าของแจกฟรี เช่น จากเว็บไซต์ Freebiesbug, Pixelbuddha เป็นสิ่งที่ “ดีไซน์เนอร์ขี้เกียจ” ควรทำอย่างยิ่ง

เพราะนอกจากงานลูกค้าจะเสร็จไวขึ้นแล้ว เรายังสามารถโฟกัสงานให้ภาพรวมออกมาดี แทนที่จะมาปวดหัวกับการนั่งดัดเส้น Vector ของส่วนเล็ก ๆ ในงาน Read more

อัจฉริยะ วัย 6 ขวบ

สวัสดีครับ ผมเห็นคนมากหน้าหลายตาผ่านเข้ามาในเว็บที่ไม่ค่อยจะมีอะไรนี้เพิ่มเรื่อยๆ ยินดีกับท่านที่หาเจอในสิ่งที่ต้องการนะครับ ส่วนท่านที่ไม่เจอก็… ไม่พูดถึงและกัน

คำถาม” คำถามทุกคำถามมักมีคำตอบ ในคนที่อายุมากขึ้น ด้วยประสบการณ์สิ่งที่ผ่านมา จากสิ่งที่เจอมาจะทำให้เกิดข้อจำกัดในคำตอบ เรามักไม่มีปัญหากับคำถาม เรามักสงสัย แต่คำตอบในสิ่งที่เจอจะมีคำว่าไม่ได้ หรือคำตอบเดิม เดียวกันมาเสมอ ยกตัวอย่างง่ายๆ

เด็กชายวัย 6 ขวบ : ถามน้าๆ ถ้าอยากได้ผลลัพท์ 2 ผมต้องหาจากอะไร

คุณตอบ : 1+1 สิ เท่ากับ 2

เด็กชายวัย 6 ขวบ : ถ้าเอา 2 + 0 ได้มั้ยฮัฟน้า

คุณอาจหงุดหงิดจากคำถามนี้ รู้แล้วมาถามทำไมฟะ ไอ้เด็กนี่มันถามทำไม หรือแค่เด็ก6 ขวบช่างสงสัย เจ้าหนูจำไมที่สงสัยทุกอย่างที่รู้มาครึ่งๆ กลางๆ

นานแค่ไหนแล้วที่คุณตั้งคำถามไร้เรียงสาทำไมคนไทยต้องกินข้าว ทำไมฝรั่งมีจุดเต็มหน้า คำถามซื่อๆ นานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่ได้นึกถึงทำถามแบบนี้ได้

ทำไมผมถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เชื่อรึไม่ว่า ความคิดแบบเด็กๆ เป็นที่มาของอัจฉริยะ คือนึ่งในสุดยอดเทคนิคความคิดสร้างสรรค์