โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร?

โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร?
จำได้ว่าผู้ใหญ่มักจะถามเด็กแบบนี้เสมอมา ในวัยแห่งความฝันที่ยังไม่ถูกความจริงเข้ามาบดบัง เสียงเล็กๆ ของเด็กชายและเด็กหญิงจะดังขึ้นคล้ายๆจะแข่งกันว่าผมมีสิ่งที่อยากเป็นนะ หนูก็มีสิ่งที่อยากเป็นแต่กับ

When you grow up

ผมมันต่างออกไปเล็กน้อย นั่นคือคำถามที่จำได้เสมอมาว่า ผมไม่อยากตอบออกไปเท่าไหร่ ผู้ใหญ่มักบอกกับผมว่า เรียนหนังสือเก่งๆ

ถึงตอนนี้ผมอยากขั้นด้วย คำนึงที่ไม่ค่อยได้ยินกันแล้ว “ความเสียสละ” มันเป็นคำที่ไม่ได้สมัยใหม่เลย ผู้คนที่ได้ยินคำว่าเสียสละแล้ว มักจะกลัวว่าถูกพรากบ้างอย่างไปจากพวกเค้า หรือต้องสละบางสิ่งที่พวกเค้าขาดไม่ได้ การเสียสละ สำหรับพวกเค้าคือการสูญเสีย ในโลกที่บอกว่าเรามีทุกอย่างได้หมด แต่ผมเชื่อว่าการเสียสละที่แท้จริงคือชัยชนะ เพราะมันต้องอาศัยความสมัครใจ ในการยอมพลีอะไร หรือใครที่เรารัก เพื่ออะไรหรือใครที่เรารักยิ่งกว่าตัวของเราเอง ผมไม่โกหกหรอก มันเป็นการเดิมพัน การเสียสละไม่ได้ช่วยให้หายเจ็บจากความสูญเสีย แต่มันช่วยให้เอาชนะความขมขื่นได้ ความขมขื่นที่บดบังแสงของมีค่าของชีวิตที่แท้จริง โตขึ้นจะได้เป็นเจ้าเป็นนาย มีการมรงานดีๆ ไม่มีใครสอนให้เราตั้งใจเรียนเพื่อจะได้มีธุรกิจเป็นของตัวเอง เป็นนักธุรกิจที่มีความมั่นคง และประสบความสำเร็จ “ผมอยากเป็นนักธุรกิจครับ” นั่นคือเหตุผลที่ผมคงไม่กล้าตอบอะไร จำได้ว่าหากคำถามนี้ถูกโยนมาให้ตอบเมื่อไร ผมจะทำตัวให้เนียนเข้าไว้โดยการไม่ตอบอะไรและเงียบไปเพียงลำพัง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ขณะที่เด็กรอบข้าง มักจะตอบไปในทิศทางเดียวกันว่าอยากเป็นหมอ อยากเป็นตำรวจ อยากเป็นทหาร เอาใจคุณครูหน่อยก็ตอบว่าอยากเป็นคุณครูเท่าที่จำความได้นี่เป็นสามสี่อาชีพหลักที่ผมมักจะได้ยินตลอดเมื่อเจอคำถามแบบนี้
เหอะๆๆ มันเป็นความรู้สึกแปลกแยกพิกลนะ เหมือนว่ารู้สึกผิดเล็กๆ ที่เหมือนโกหกผู้ใหญ่ จนเริ่มสงสัยตัวเองอยู่หลายครั้งว่า ทำไมเราไม่มีสิ่งที่อยากเป็นเหมือนคนทั่วไป สิ่งที่ทำได้ในบางครั้งเพื่อแก้เขินอายก็มีเพียงการตอบผู้ใหญ่พอให้จบๆ หรือไม่ก็พยักหน้าตามคนที่ถาม ต้องการจะให้คำตอบเป็นทำได้แค่นั้น

หลายปีที่ผ่านไปจากคำถามที่เคยถูกถามว่าอยากเป็นอะไร คำถามนั้นได้เปลี่ยนเข้ามาสู่ที่ทิศทางที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม คือ อยากเรียนอะไร?

ครั้งนี้ผมมีคำตอบที่ชัดเจนอยู่ภายในหัว อาจเป็นเพราะคนที่รู้จักในกลุ่มญาติที่ผมไม่ค่อยจะชอบหน้าเลือกเรียนสายอาชีพ และดูว่าหนทางที่อยากเป็นจำเป็นต้องเปิดโลกทัศน์ให้กว้าง ผมเลือกเรียนสายสามัญ การเลือกเรียนในทิศทางนี้น่าจะเป็นเรื่องไม่ยากนักมันคงเข้ากันได้ดีกับเคมีในชีวิตที่ฝันเอาไว้

ถึงในตอนนี้ผมยังไม่ได้เป็นตามความฝันในวัยและตัวเลขในบัญชีที่ไม่น่าทำได้ ผมยังคงพยายามต่อไป แม้มันเปลี่ยนไปบ้าง เอนเอียงไปเพื่อการดำรงค์ชีวิต ตามหน้าที่รับผิดชอบ แต่ผมก็ยังมุ่งหน้าไปหามัน ตอนนี้มันไม่ใช่ฝัน แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นต่างหาก
When You Grow Up Eternubis
ตั้งแต่เล็กจนโต
ดูเหมือนเราจะถูกปลูกฝังด้วยคำว่า อยากเป็นอะไรมากจนเกินไปจนทำให้แต่ละคนต่างทำหน้าที่ของตนไปตามสายอาชีพที่ตนทำและคิดว่าเท่านั้นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับวิถีชิวิตที่พึงจะเป็น หากแต่แท้ที่จริงมันไม่น่าจะเป็นแบบนั้น ชีวิตมันไม่ควรจะจบลงที่การทำงานในสายงาน กลับบ้านและจบกันไป มันมีมิติบางอย่างที่มากกว่านั้น อย่าพึ่งเถียงว่างานผมมีสีสันอะไร อย่างน้อยๆ ผมก็มีเวลามาเขียนบล็อกให้คุณอ่านและหาความสุขได้จากชีวิตเรียบง่ายของผม หากแต่บางครั้งคุณมักหลงลืมว่า เราต่างทำหน้าที่ของเราก็เพียงพอแล้ว ใช่มันคงเพียงพอ อาจเพียงพอสำหรับบางคน เราจึงพบว่ามีอยู่หลายครั้งที่คนๆหนึ่งลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง ที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน เขาทำไปเพื่อบุคคลรอบข้าง ชีวิตเพื่อสิ่งรอบข้าง คงไม่มีใครเถียงว่ามันเป็นหน้าที่ สุขที่สุดเมื่อเห็นคนอื่นสุขที่สุด เชื่อว่าคนที่ทุ่มเทเวลาเพื่อสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน
หรือทำมากไปกว่าหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมาย เค้าคงจะเชื่อในสิ่งนี้ เชื่อในความสุขที่เกิดจากคนอื่นมีความสุข

แน่นอนว่าเราไม่ควรทิ้งการงานอันเป็นหน้าที่หลักของเรา แต่ขณะเดียวกัน เราก็ไม่ควรลืมว่าหน้าที่หลักของเราไม่ใช่มีเพียงหน้าที่การงาน เราต่างก็ต้องคอยเกื้อกูลคนที่มีโอกาสน้อยกว่าเสมอ เรามีโอกาสที่มากกว่า เราก็ควรแบ่งโอกาสนั้นให้แก่คนที่มีน้อยกว่า นี่ไม่ใช่หรือคือสิ่งที่เราควรกระทำมากกว่า ยึดติดว่าเราเป็นใคร มาจากไหน เป็นลูกเต้าเหล่าใครผมเชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามก็สามารถทำอะไรเพื่อคนอื่นได้ทั้งนั้นหากเราตั้งใจจะทำ

ที่เขียนขึ้นมานี้ก็ไม่ใช่ว่าผมตกผลึกจนสามารถทำทุกสิ่งที่เขียนมาได้ หากแต่มันคือสิ่งที่คิดได้ สิ่งที่ตั้งใจ สิ่งที่อยากทำผมยังคงเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความเห็นแก่ตัว อยากทำเพื่อตัวเองเสมอ แต่ขณะที่เขียนสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ก็เป็นเพียงจุดหมายนำทางให้ชีวิตในวันข้างหน้า ให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยว ย้ำเตือนในสิ่งที่อยากทำไม่ให้ออกนอกลู่ทางมากจนเกินไป ย้ำว่าผมยังคงเป็นคนเห็นแก่ตัว และอยากทำเพื่อตัวเองเสมอ
ผมยังคงต้องพยายามลดสิ่งนี้ให้ได้ ลดให้ได้มากที่สุด และจะทำมันต่อไป ทำมันต่อไปเรื่อยๆเพื่อจะได้ค้นพบด้วยตัวเองให้ได้ว่า สุขที่สุดคือสุขที่ได้เห็นคนอื่นสุขที่สุด จริงๆมันเป็นเช่นไร…

 หนูอยากเป็นอะไร – ป้าเบิร์ด

Comments

comments

Related posts: