เรื่อง Black hat จะมะคะ

เค้าไม่บอกกันหรอกเรื่อง Black Hat น่ะ
ฝนตก หม่อมแม่สั่งไว้ว่าให้ ชายอาร์ต <<<ชื่อผม! ต้องปิดเน็ตเพราะวังไม่ได้ติดสายดิน คงกลัวว่าเครื่องใช้ในวังจะทรงพระฉิบหายหมด เลยสั่งปิดทุกอย่างที่ต้องแทงปลั๊ก ชายอาร์ตก็เลยทรงไม่รู้จะทำอะไร ก็เปิด Notepad ขึ้นมาเขียนๆๆๆ blog จอมมารไว้ update ซะนิดหน่อยค่าเวลา ขึ้นชื่อว่า Blog จอมมารกลับไม่มีอะไรที่ดูแล้ว Darkๆ นอกจากอารมณ์ขุ่นมัวและภาพวาดที่ดูจิตๆ วันนี้เป็นเวลาอันทรงพระอัปมงคล ก็มาว่าด้วยเรื่องการจำแนกแนวทางสัดมืด ศาสตร์มืดเปล่าว้า (เล่นเองตบมุขเอง ครับ ผมบ้า) จะมะคะ
ว่ากันว่าถ้าทำเว็บ สายขาว (White Hat) Search Engine จะชอบ โดยมี content is King กินกันยาวได้ ที่เค้าว่า Long Tail Keyword ทำให้ติดอันดับ Google Bing Yahoo อันดับที่ดีและยาวนานมากยิ่งขึ้น นั่นแหละ วันนี้เอาแค่ Google และกันครับ นิยมสุด ว่าก็ว่านะ ผมล่ะเกลียดมากคนที่มาด่าว่าใครทำศาสตร์มืดเห็นแก่ตัวอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะร้อยละ 99 ของอีพวกนี้ทำอะไรไม่ค่อยได้เงินหรือทำ Black Hat ไม่เป็น ทำไมผมถึงว่าแบบนี้ ยกตัวอย่างก่อนหน้านี้นที่ทำ Sexy Black HatRedirect ยิงไปจากหน้า Google ส่งไป amazon.com ผ่าน tag ของ Vigling.com กลัวทำให้เค้าแบนคนไทย กลัวเว็บเค้าโดนอเมซอนแบน ตอนนี้ทำกันจนเป็นเรื่องธรรมดาไปซะแล้ว ถ้าผมบอกว่าผมทำ Black Hat ต่ำๆได้เดือนล่ะแสนแบบที่นอน สองทุ่มตื่นบ่ายสองได้ คำถาม…ใครไม่อยากทำ เพราะแท้จริงในใจมนุษย์มีทั้งความเห็นแต่ตัว ขี้อิจฉา โลภ และขาดความเป็นกลางในหลักการพิจารนา เว็บฟรีล้มหาประดาตาย Block คนไทยสาระพัด จนสุดท้าย Google Deindex จบข่าว ใครสงสารพวกนั้นบ้าง ก็แค่แพร่เชื้อมะเร็งไปที่อื่นต่อ (จบเรื่อง content และอารมณ์ ไว้เท่านี้ ครั้งหน้าผมจะมาบอกว่า อะไรที่สำคัญกว่า Content ในยุคสมัยนี้) กลับมาเรื่องการติดอันดับใน Search Engine ถ้าอันดับดี นั่นหมายถึงจำนวนคนเข้าเว็บที่มากขึ้น และเมื่อคนเข้าเว็บมากขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือรายได้ ต่อมามนุษย์ก็คิดวิธีขี้โกงได้และพยายามเป็นอย่างมากที่จะทำให้มีเว็บของตัวเองติดอันดับงามๆ ไม่ว่าจะวิธีการใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Google AdWords การทำ SEO ตามปกติ จนกระทั่งการใช้ SEO แบบ Black Hat!!…. หรือ ใช้ควายธนู เสกหนังควายเข้าเว็บ วันนี้ผมเอาแค่ Blackhat ก่อน เสกหนังควาย ไว้ที่หลัง

ผมพูดถึง Black Hat หลายคนถึงกับหูตั้งรอฟัง เพราะได้ยินชื่อมานานแล้ว และบางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ว่าสิ่งที่ต้วเองทำนั้นเรียกว่า Black Hat…….งั้นเรามาดูการทำ SEO แบบ Black Hat ยอดนิยมที่คนใช้มากที่สุดมีอะไรกันบ้าง ?……

1. Spam Keywords (การใส่ Keywords ซ้ำๆ)
เรื่องนี้ไม่ต้องอธิบายกันให้มากความ เพราะรู้กันดีอยู่แล้ว สายปั่นทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นบล็อกฟรี หรือแม้แต่เว็บตัวเองยัง Spam การทำเว็บ Spam นั้นก็คือ การใช้ Keyword ซ้ำๆ ในหน้าเว็บเพจ เพื่อให้เกิดการเก็บข้อมูลของ bot ให้รู้ว่าในหน้าเว็บนั้น มีการพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ โดยเราใส่ Keyword ที่ต้องการเข้าไปในหน้าเว็บฯ ได้เลย เป็นการทำ SEO แบบ Black Hat ที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด เพราะไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่อง HTML หรืออะไรเลย แค่ทำการใส่ Keyword เข้าไปในโพส หรือหน้าเว็บมีแค่นี้หลักการ ซึ่งแน่นอนว่า การทำ Black Hat แบบนี้ ทาง Google สามารถจับทางได้แล้ว ซึ่งเขาจะสั้งให้ bot ที่เข้ามาเก็บนั้นจับคำว่ามีการแสดงคำๆ นั้นในหน้าเพจเป็นจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ของข้อมูลที่อยู่ในหน้าเว็บเพจนั้น ซึ่งในปัจจุบัน ใน 1 page ค่าที่เหมาะสม ไม่ควรมีเกิน 7-10 % ของคำโดยรวมทั้งหมด เราเช็คได้จากการดูค่า Density Plugin Firefox ชื่อ SEO Quake

ข้อเสียของการทำ Spam Keywords นอกจากจะเกาะอันดับไม่ยืด ไม่นานพอจะได้ทุนและในที่สุด Google ก็ Deindex และยังส่งผลให้ลูกค้าที่เข้ามาไม่ซื้อสินค้าและบริการของเราอีกด้วย ก็มันอ่านไม่รู้เรื่องนี่ “LED TV นี้มีภาพที่คมชัด กว่า LED TV ทีวีทัวไป เหมาะสำหรับ LED TVพ่อบ้านแม่บ้าน ที่ทำงานกกลับมา LED TV เหนื่อยๆได้นั่งคุย ร่วมกิจกรรม LED TV อันเป็นที่รื่นรมกันใน LED TV ครอบ LED TV ครัว LED TVLED TVLED TV โอ้ย”

2.Hidden Text (การซ่อน Keywords)
อันนี้ก็เป็นการโกงแบบ Classic มากอีกอันหนึ่ง วิธีการของมันก็คือการใส่ Keywords เข้าไปในหน้าเว็บเป็นจำนวนมาก ๆ คล้ายๆ กับการทำ Spam Keywords แต่เพื่อไม่ให้ผู้ที่เข้ามาในเว็บเห็นข้อความที่รกหูรกตานี้ ก็จับซ่อน Keywords ให้กลายเป็นสีเดียวกันกับพื้นหลังเพื่อไม่ให้มองเห็น Keywords แต่จะถูกมองเห็นจาก bot เท่านั้น มีวิธีการตรวจสอบง่ายๆ ได้ว่า เว็บไหนที่มีการซ่อน Hidden Text ไว้นั้น ให้เราสังเกตบริเวณพื้นหลังว่างๆ ของเว็บไว้ให้ดี ไม่ว่าจะเป็นด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย ด้านขวา แล้วนำเมาส์ไปคลิกแล้วลาก ก็จะปรากฏตัวอักษรหรือ Keywords นั้นๆ ขี้นมา ตอนนี้มีหนักกว่า คือการซ่อนไม่ให้เห็นโดยลากไปไม่เจอมีแต่ต้อง View Source ดูเท่านั้น

3.Doorway Page (ประตูทางผ่านเข้าหน้าเว็บฯ)
Doorway Page แปลกันตามตัวเลยก็คือ หน้าประตูทางเข้า แล้วหน้าประตูทางเข้าเป็นยังไง อธิบายง่ายๆ คือ เมื่อเราพิมพ์ URL เว็บอะไรสักอัน เมื่อเข้ามาถึงหน้า Index แทนที่จะเป็นเนื้อหาที่เจ้าของเว็บ ฯ ต้องการสื่อสารกับลูกค้า ก็กลายเป็นหน้าเว็บเพจที่มี Keywords ไว้ให้ bot ที่จะเข้ามาทัศนศึกษาเว็บเราเจอก่อน ซึ่ง แน่นอนว่าในหน้าแรกก่อนที่จะส่งเว็บหลักของเราจริงๆ หน้านี้มีการใส่ Keywords ที่เราต้องการไว้หมาศาล เพือให้ bot รับรู้และเข้าใจว่า เว็บนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรโดยใน page หรือ post อาจมีการทำ Spam Keywords ไว้อย่างมากมาย หรืออาจะแค่ทำตีเนียนให้ bot พอรู้จักก็ได้

บางคนที่ไม่รู้จัก Doorway Page อาจจะงงเล็กน้อย ว่า แล้วแบบนี้จะทำให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไม่เห็นได้อย่างไร วิธีการสังเกตุก็ง่ายๆ เลยคือ เว็บที่เป็น Doorway Page นั้นจะมีการตั้งเวลาในการที่เปิดหน้าเว็บเพจนี้ อาจจะเป็นแค่ 1 วินาทีเท่านั้น ที่แสดงผลแล้วก็ทำการส่งไปยังหน้าเว็บหลักที่มีข้อมูล ซึ่งถ้าเป็นคนที่เข้ามาเยี่ยมชมนั้น จะไม่ทันได้รู้สีกถึงความเปลี่ยนหน้าเพจนี้เลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับ bot นั้น เพียงแค่ 1 วินาที มันก็เก็บข้อมูลไปได้พุงกางแล้ว

4.Cloaking Page (การหลบซ่อน)
Cloaking เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมทำกันมากสำหรับการทำ SEO Black Hat แต่การทำCloaking จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการพัฒนาเว็บ เพราะการทำ Cloaking คือการทำให้ bot ที่ต้องการจะเข้ามาในเว็บวิ่งไปอีกที่หนึ่ง โดยมีการแยกประเภทว่า ถ้าเป็นคนที่เข้ามาในเว็บนั้น ให้เห็นหน้า page อันนี้ แต่ถ้าเป็น bot เข้ามาให้เห็นเว็บเพจอีกหน้าเหนึ่ง เป็นต้น

บรรยายโวหารให้เข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้นก็คือ เมื่อมีคนมาถึงบ้านของเราถ้าเป็นผู้ชาย(bot) ให้เข้าข้างหลัง ส่วนผู้หญิงขอให้เข้าข้างหน้า ซึ่งบ้านที่เห็นก็จะเป็นเหมือนคนละหลังกันเลยที่เดียวเชียว ที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อให้ bot ได้สามารถเข้าไปเก็บข้อมูลภายในเว็บปูเสื่อไว้รอ bot เท่านั้น ได้เปิบ Keywords กันจนอิ่มกันเลยทีเดียว วิธีการตรวจสอบอันนี้ ถ้าดูด้วยสายตาปกติ จะดูยากกว่าวิธีการทำ Doorway Page เพราะอันที่จะมีการใช้คำสั่งเพื่อแยกประเภทว่าอะไรเป็น bot และอะไรเป็นคน เพื่อแยกให้ไปกันคนละทาง ซึ่งจำเป็นต้อง View Source

4 วิธีที่ผมเอ่ยวจีไป Black Hat SEO ที่กล่าวมาแล้วนั้น ผลของมันอย่างที่หนักที่สุดเลยก็คือ โดน Deindex จาก Search Engine แต่ส่วนตัวแล้วคุ้สน เพราะ Deindex มันเป็นธรรมดาของคนทำเว็บไร้คุณภาพอย่างเค้าว่ากัน ไร้คุณภาพแต่ทำเงินนะเออ

Comments

comments

Related posts: