สำหรับคนไทย พระราชาผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้มีแต่ในนิทาน

Family of the king

ประโยคนี้เป็นส่วนหนึ่งในโฆษณา บริษัทปูนตรานกอินทรี ชื่อชุดพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งใช้ปัญหาภัยธรรมชาติแทนด้วยมังกรยักษ์ และมีอัศวินซึ่งแทนทรงราชากำลังต่อสู้กันสูสีจนและอัศวินก็เอาชนะมังกรได้ในที่สุด ทำให้ผืนดินที่เคยแห้งแล้ง กลับคืนความชุ่มชื่น

นับตั้งแต่ ผมจำความได้ ในทุกๆครั้งที่ทีวีฉายภาพของผู้ชายคนนึง ยายของผมจะยกมือไหว้ทุกครั้ง เค้าเป็นใคร ในหลวง ยายผมตอบสั้นๆแค่นั้น ผมก็ไม่ได้ใส่ใจถามต่ออะไรตามประสาเด็ก ยายมักเล่าว่าได้รอรับเสด็จพระราชดำเนินทางรถไฟ ผ่านสถานนี้ใกล้บ้าน องค์ราชินีและในหลวง ยืนโบกมือผ่านหน้าต่างรถไฟ ที่แปลกคือ ทำไมเวลาพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ยายผมมักมีรอยยิ้มทุกครั้ง แล้วทำไมต้องมีรูปในหลวงอยู่ทุกบ้าน ต้องร้องเพลงสรรเสริญหน้าเสาธง มีรูปแขวนอยู่เหนือกระดานดำในทุกๆห้อง จนวันนึง วิชาภาษาไทย อาจารย์ให้อ่านหนังสือนอกเวลา ผมเลือกหนังสือชื่อ

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยมีเหตุผลที่ว่า เป็นหนังสือเล่มที่บางที่สุดกว่าชาวบ้านเค้า นั่นแหละครับ สิ่งที่Always our beloved the kingเปลี่ยนมุมมองจาก คลายความสงสัยในจิตใจ เด็กดำคนนี้ ผู้ชายคนนึง ทำไมต้องทำงานขนาดนี้ 24 ชั่วโมงของท่าน มีความคิดกี่อย่าง ต้องลุยน้ำ จนทุกครั้งที่กลับมาจากพระราชกรณียกิจช่างต้องเตรียมตัวรับศึกหนัก เพราะทั้งช่วงล่างผุ น้ำเข้าส่วนนู้นส่วนนี้ พระองค์ต้องประทับเอาพระบาทแช่น้ำอยู่ครึ่งค่อนวัน เพื่อจะไปให้ถึงจุดหมายแหล่งทุรกันดาร ในหนังสือตอนหนึ่งเล่าว่า ผมเคยกราบทูลให้พระองค์ท่านเสด็จกลับพระทางที่ไปตอนนั้นต้องลุยน้ำเข้าไป พระองค์กลับตรัสว่า จะกลับได้อย่างไรมีประชาชนของเรารออยู่ตรงหน้า พวกเขาจะทำอย่างไรกัน แล้วทั้งพระราชินี และ องราชา ก็เดินลุยน้ำเสมอเอวข้ามไป

ความภูมิใจของข้าพเจ้า ครั้งนึงในวัยละอ่อน ได้มีโอกาสรอรับเสด็จ ซึ่งตอนนั้นไม่คิด และไม่ทราบมาก่อนเลย ว่าจะมีโอกาสเช่นนี้ ประชาชนสองข้างทางต่างมีธงเป็นของตัวเอง พยายามชะเง้อว่าจะมีรถวิ่งมารึยัง แล้วตำรวจก็หันหน้ามาทางพวกเรา แล้วสั่งในเงียบแล้วนั่งลง ให้อยู่ในอาการสงบ แต่ก็ไม่สามารถสงบได้ เสียงตะโกนดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ผมยังนึกถึงคนเล่นเวฟในสนามบอลอยู่เลยถึงจะไม่ใช่เวลาอันควร แล้วในนาทีนั้น ผมก็รู้แล้วว่าทำไมยายผมถึงเล่าเรื่องที่ได้ไปรอรับเสด็จ ทำไมเล่าในเรื่องเดิมๆ วนไปวนมาไม่เบื่อ เมื่อมีข่าวพระองค์ทั้งสอง  ตอนนี้รู้แล้วว่ารู้สึกยังไง ทำไม
45ประชาชนคนอื่นๆ แลดูมีความสุขนัก ทั้งๆที่พระองค์ เพียงแค่ประทับรถผ่านไปเท่านั้น ช่วงเวลานั้น ผมจำได้แม่นยำ เหมือนภาพค่อยๆช้าลง กระจกรถยนต์คันสีครีม มีเงาคนกำลังเปิดม่านออก ใช่ครับ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์ ให้เหล่าพสกนิกรที่โบกธงและพนมมือ พร้อมตะโกน ทรงพระเจริญ ดังกึกก้อง จนถึงวันนี้ผมยังจำภาพได้เหมือนเกิดขึ้นเมื่อวาน

จนถึงวันนี้ เพราะองค์ทรงยังอยู่ในความทรงจำ ทรงอยู่ในใจของเรา ไม่ใช่แค่รูปที่แขวนบนฝาบ้านให้รฤกถึงท่าน แต่สิ่งที่เห็นคือหัวใจของพวกเรา ประชาชนของพระองค์

 

เมื่อข้าพเจ้าเป็นนักเรียนอยู่ในยุโรป ข้าพเจ้าไม่เคยตระหนักว่าประเทศของข้าพเจ้าคืออะไร และเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าแค่ไหน ไม่ทราบตราบจนกระทั่งข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะรักประชาชนของข้าพเจ้า เมื่อได้มีการติดต่อกับเขาเหล่านั้น ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าสำนึกในความรักอันมีค่ายิ่ง ข้าพเจ้าไม่เป็นโรคคิดถึงบ้านที่จริงจังอะไรนัก แต่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้โดยการทำงานที่นี่ว่า ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้ คือการได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือคนไทยทั้งปวง

 

 

ผมเคยรู้จักคนกลุ่มหนึ่ง พวกเค้าเหล่านั่นไม่มีความคิดอย่างที่เราคิด ทำไมกษัตริย์ประเทศอื่นถึงเอามาล้อเล่นได้ บางครั้งผมตอบ คิดง่ายๆถ้าคนสามารถช่วยคนทั้งประเทศ คุณจะบุกป่าไปอย่างพระองค์มั้ย (นี่คือคำพูดในบทสทนาไม่เป็นทางการ) เค้ากลุ่มนั้นเงียบ แล้วถามต่อว่า ทำไมพระองค์ถึงเอามาล้อเล่นไม่ได้ เพราะประชนชาไทย รักพระองค์ ถ้าถามว่าทำไมน่ะหรือ เพราะว่า

เกิดเป็น คนไทย โชคดีนัก เพราะไม่มีพระมหากษัตริย์พระองค์ไหนในโลกนี้ที่ จะทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรได้เทียบเทียมพระองค์อีกแล้ว

 

ร่วมน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยแด่การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศฯ

 

Comments

comments

Related posts: