พื้นที่ ที่ทับซ้อน

ในการใช้ชีวิตกับใครซักคนนึง เรามักจะยึดพื้นที่ของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว จากอารมณ์ของตัวเราเอง บางครั้งเราต้องถอยความคิดของเราออกมาและอย่าเอาพื้นที่ส่วนตัวของเรา มาซ้อนกับของอีกฝ่ายจนมากเกินไป และเราจะเริ่มเห็นเหตุและผลและก็กลายเป็นความเข้าใจกันและกัน เฉพาะฉะนั้นการอยู่ร่วมกับใคร มันคือการแชร์กัน ไม่ว่าจะเป็นแชร์ความคิด แชร์ความรู้สึก และก็เป็นการแชร์พื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่แชร์ห้องขี้ 555 จริงจังนะ จะมีซักกี่คนที่คุณจะกล้าตดให้ได้ยิน 55555

 

เมื่อเร็วๆนี่ผมได้มีโอกาส อ่านกระทู้นึงใน Pantip เรื่องคือมีคนเข้ามาถามเกี่ยวกับ การมีแฟนแต่ก็ยังอยากมีเวลาของตัวเองอยู่ด้วย ใน comment ถึงกับบอกว่าอย่ามีแฟนเลยดีกว่า ซึ่งอันที่จริงผมก็ไม่ใช่คนที่เข้าใจชีวิตมากมาย หรือเข้าใจในชีวิตคู่ถึงขนาดจะแบ่งปัน แนะนำ หรือให้คำตอบอะไรได้มาก ตามสิ่งที่เจอมา จริงอยู่ คนที่มีคู่รัก หรือ สามี ภรรยา ชีวิตส่วนใหญ่ เรามักใช้เวลาอยู่ด้วยกัน แต่เรามักมีพื้นที่เล็กๆ ไว้สำหรับตัวเองเสมอ หากเราหันมองเพียงแค่ความรู้สึกตัวเอง เราคงมองเห็นแค่ช่วงเวลาที่เรารู้สึกอยากแบ่งปันเท่านั้น ในเวลาที่เราอ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือทำงาน ทำอะไรบางอย่าง อย่างตั้งใจ เรามักย้อนกลับไปอยู่กับตัวเองเสมอ ในส่วนนั้น ผมเรียกมันว่า “พื้นที่ ที่ไม่ทับซ้อนกัน”

ผมไม่แน่ใจกับเรื่องโลกส่วนตัวมากนัก มันขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนจะจำกัดความมันไปทางไหน แต่ในช่วงวงจรของชีวิตคู่ ยังไงซะก็ต้องมีทั้งส่วนที่ใช้พื้นที่ ที่แชร์กัน และ พื้นที่ ที่แยกให้เป็นพื้นที่ของตัวเอง ในที่นี้ผมไม่ได้หมายถึงพื้นที่ทาง physical อย่างเดียวเช่น ห้องหรือ มุมสำหรับตัวเอง แต่รวมไปถึงการตัดสินใจ ความคิด ซึ่ง เราสามารถแชร์ความคิดของเรา หรือให้เกียรติในความคิดของอีกฝ่ายได้ ซึ่งก็นั่นแหละ ถ้าเรารู้จัก เคารพในความเป็นอีกฝ่ายโดยขยับความคิดของตัวเองออกมา และเรียนรู้การมองคนรักอย่างเข้าใจ เข้าใจเขาใจเรา พื้นที่ทับซ้อนอาจจะมีมากขึ้น แรงกดดันก็จะน้อยลง ไม่มีใครหรอกจะถูกใจกันไปซะทุกอย่าง เข้าใจในพื้นที่ทับซ้อน แล้วชีวิตคู่คุณน่าจะมีความสุขขึ้นอีก 42.84765%

happy anniversary นะครับ ตัว “เรา”

Comments

comments

Related posts: