คู่ต่อสู้ของผมคือความฝัน

ช่วงนี้ผมเองผิดจากเดิมเล็กน้อย คือเริ่มคุยกับมนุษย์มากขึ้น ไม่ได้นั่งคุยกับแคนดี้ (น้องหมา) แค่ 2 คนเหมือนเคย น้อง จ๋างจ่าง เจ้าของบล็อก Shadowalice ได้เจือกไปเจอ Blog Eternubis รุ่นเก่าชนิดที่ตอนนั้นยัง ง้าวอยู่ She เลยมาถามผมว่าอะไรคือจุดเปลี่ยน จาก Blog ที่ออกแนวฮาๆ หำรอด กลายมาเป็นเจ้าของ Blog ที่ไม่สนโลกเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ ผมและอาจารย์ธนู (หมอจิตเวช) ก็ได้คุยกันเรื่องความเฉยชาทางอารมณ์ยามไม่เสแสร้งของผม โดยคุณหมดให้ list รายการที่ได้ยินแล้วจิตตก 10 อย่าง โดนเดือนต่อมาซึ่งก็คือเมื่อวานก็มานั่งคุยกัน และหาวิธีแก้ปัญหากับสิ่งที่ง่ายที่สุดก่อน…8 ใน 10 เป็นเรื่องอดีตที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องความรัก ความผิดหวังที่รุนแรงทั้งจากความรักและจากตัวเอง ขนาดทำให้ความฝันและความหวัง ไม่ใช่สาระสำคัญในการดำรงอยู่อีกต่อไป วิธีบำบัดของอาจารย์ธนู คือ เริ่มจากการทำสมาธิให้รู้ตัวไปกับมันกำลังคิอ กำลังหายใจ กำลังเดิน เป็นต้น มันจะช่วยให้เราไม่หลุดไปจิตตกกับอะไรง่ายๆ นอกจากนั้นผมยัง มีโอกาสได้คุยเป็นเคสพิเศษกับ โค็ชกิตติ โค็ช Mindset ชื่อดังของเมืองไทย (ไม่รู้นะ ผมรู้จักของผมอยู่แค่คนเดียว) โดยเริ่มจากความสุขก่อน ให้เขียนสิ่งที่ทำให้มีความสุข และคิดว่ามีมัน เวลาที่ไม่มีแรงกระตุ้นให้คิดถึงความรู้สึกนี้หรือกลับมาอ่านมันอีกครั้ง เอาล่ะพอรู้อะไรบ้างนิดหน่อยเกี่ยวกับคนโรคจิตอย่างผมแล้ว ทีนี้ผมก็จะกลับมานั่งคิดถึงตัวเองในช่วงเวลาที่ลืมไปหมดแล้ว ขนาดที่น้องเค้าพูดถึง ผมเองยังต้องกลับไปอ่าน Blog eternubis ง้าวๆ เพื่อฟื้นความจำตัวเอง

นึกย้อนกลับไป เหมือนว่าไกลขนาดสมัยพุทธกาล ผมก็เป็นผู้ชายเพ้อๆ คนนึงที่มี ความหวัง ความฝัน และใช้มันเป็นกำลังขับเคลื่อนชีวิตในทุกด้านเหมือนเด็กหนุ่มหล่อทั่วไป หึหึ

11743142-make-your-dream-come-true-colorful-words-on-blackboard[1]

Make dream come true

– Past tense= Subject + Vอดูด

มีผู้เปรียบเทียบการใช้ชีวิตของคนเอาไว้ว่า เปรียบเหมือนการทำตามความฝัน หากไร้สิ้นความฝันคนคนนั้นก็เป็นเพียงซากศพเดินได้ที่ไร้ซึ่งลมหายใจ ไร้สิ้นความฝัน คนบางคนที่ใช้ชีวิตให้ผ่านพ้นไปวันหนึ่งๆก็เหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว บางคนก็รู้ตัวแต่บางคนก็ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเพียงซากไร้ฝันเท่านั้น หากจะคิดฟื้นคืนชีวิตขึ้นใหม่ก็ต่อเมื่อ ต้องค้นหาความฝันของตน และทุ่มเททุกสิ่งเพื่อทำให้ฝันนั้นกลายเป็นจริง
ผมไม่แน่ใจว่าคำกล่าวข้างต้นรุนแรงไปหรือปล่าวนะ แต่ที่แน่ใจคือ ดูเหมือนว่าบนโลกใบนี้
ความเป็นจริงกับความฝันมักเดินสวนทางกันเสมอ
ใครหลายคนคงรู้สึกเช่นนั้น ผมเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่ความเชื่อลึกๆของผมเชื่อว่าคนทุกคนก็ต้องมีความฝันแหละ มากบ้าง น้อยบ้าง ก้อนปริมาณความฝันคงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสิ่งสาระพันที่ทำให้กระสันอยากรอบตัว เพียงแต่ในตอนสุดท้ายคนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะถอดใจ ละทิ้งความฝันของตนไป แพ้ใจให้กับอุปสรรคและระยะเวลา โดยมีข้ออ้างว่ามีหลายอย่างบังคับให้เป็นไป แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าถึงที่สุดแล้ว ใจและกายหยาบผมรวมถึงคนรอบๆข้างที่รู้จักกันจะเป็นแบบนั้นรึไม่

– Present tense ต่อ กลับมาปัจจุบันกันบ้าง

แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ฟังเพลงเก่าๆเพลงนึง ที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวพันกับความฝัน เพลงนี้พยายามพูดถึง และกระตุ้นการสร้างฝันให้เป็นจริง ดูเหมือนคำพูดที่ว่า “ถ้าเผื่อเธอยอมแพ้ ก็จบกันแค่นี้ ฝันดีดีของเธอ ก็คงจะเป็น แค่เพียงฝุ่นในสายลม” มันติดหูผมจนแกะไม่ค่อยออก และผมก็รู้สึกหลงรักเพลงนี้ไปบ้างเหมือนกัน แต่ประเด็นที่ผมสนใจมากที่สุด คงเป็นเรื่องการทำตามความฝัน ทำแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป อดทน ไม่ละทิ้ง ไม่เร่งรัดความคิด หรือความฝัน รวมถึงการค่อยๆใช้ชีวิตในทางที่ถูกที่ควร

มีใครเคยบ่นให้ผมฟังบ่อยๆว่า จงใช้ชีวิต อย่าให้ชีวิตใช้เราเลย
บางจังหวะผมว่า ช้าๆก็ได้เมียงาม นะ เลือกหน่อยไม่ได้เจอใครก็เอาไปหมด ค่อยๆไป
แต่ถ้าคราวไหนต้องเล่นเกมสวนกลับ ก็ปิดเกมส์ให้ได้นะครับ เหยียบให้จม ตบให้ลง คว้ามาให้ได้ครับ

Comments

comments

Related posts: