คุณถูกโกหกคำโตว่า “Content is the King”

นานแค่ไหนแล้วที่ที่คุณอยู่กับประโยคที่ว่า “Content is the King” ผมได้ยินมาตั้งแต่รู้ตัวว่าตัวเอง3d small people the king with a sword. 3d image. Isolated white background.ตัดสินใจเข้ามาเดินสร้างอัตคัตของ Internet Marketing ยิ่งที่ในยุคขุดทอง (ไม่ได้ขุดถังขี้) ของ e-book กำลังจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเนเป็นเครื่องมือหากินของเหล่ามือเก่ามือใหม่ ที่สรรหาออกมาหลอกล้วงเงินในกระเป่าของเหล่าเม่า ที่หลงในโฆษนาชวนเชื่อคตามคำโปรย หรือ มั่นใจในเทพที่ขอเก็บเงินก่อนค่อยคิดจะเขียน e-book วิธีที่ตอนรับประทานจนไหลออกปากหรือเพียงแค่สารแขวนลอยที่อยู่ในเศษสมอง e-book เข้าทดแทนหนังสือเล่มได้ในระดับหนึ่ง เหมือนกับที่เว็บข่าวที่กลายเป็นสื่อกระแสหลัก ทดแทนหนังสือพิมพ์ของชาวเรา ผมเองยอมรับว่าตั้งแต่นั่งหน้าจอคอมมา 3 ปี จับหนังสือพิมพ์เฉพาะตอนหยิบถุงกล้วยแขกเท่านั้น ประโยคข้างต้นก็เลยกลายเป็นเหมือนคาถาที่หลายสำนักพิมพ์เอาไว้ท่องปลอบใจตัวเองว่า ถึงยังไงซะเราก็นอนกอด content ไม่ว่าสื่อที่นำเสนอไปสู่ผู้อ่านจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ในรูปแบบสิ่งพิมพ์หรือรูปแบบอิเล็กทรอนิคส์ก็ตาม สำนักพิมพ์หรือ publisher ก็ยังมีอนาคตที่สดใสอยู่ดี เพราะมี content อยู่ในมือ

ถึงตอนนี้ ผมอยากบอกว่ามันไม่เป็นจริงอีกต่อไป ทำไมผมพิมพ์ออกมาเยี่ยงนั้น ก็ในยุคที่มีสื่อ Social Media อย่าง facebook , Twitter , Youtube , Flickr หรือ Instagram ล้วนไม่จำเป็นต้องอาศัย content ในการทำอับดับขึ้นมาหน้า 1 ของ จีจี่ได้อย่างไม่ยากเย็น จากการทดลองส่วนตั๊ว ส่วนตัวในเรื่อง content ผมพบว่า ในเว็บปั่นแม้เว็บนั้นจะเน่าเน่าเป็นหอยผุไปแล้วผมยังขุดเอา content เดิมมาใส่ในเว็บใหม่ กลับขึ้นหน้า 1 ได้หน้ามึนๆ เป็นที่ชัดเจนว่า ในยุคที่ content ที่ลอกกันยับ google จึงให้ความสำคัญกับมันน้อยลง และความจริงอันล้าหลังที่ว่า ใครเขียนก่อนอันดับดีกว่าเว็บหลายๆเว็บเขียนเรื่องเดียวกัน index เวลาไม่เท่ากัน ไอ้เว็บก่อนๆ ลงไปนอนผงาบอยู่ล่างๆหน้าก็มีให้เห็นมากมาย

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า content จะไม่สำคัญซะทีเดียว (นี่ยกเว้นพวกที่โพส blog ฟรีที่อาศัยความแรงของ Blog ก็พอ) แค่ตอนนี้ content กลายเป็นพระรองเท่านั้น มีพระลองก็ต้องมี พระเอก ซึ่งพระเอกในที่นี้คือ “curation” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหน้าที่ในการคัดสรรรวบรวมหรือกลั่นกรอง ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวใดได้เข้าอันดับนี้ก็รู้สึกว่าจะมาแรง ผู้ใช้ค่อนข้างจะมั่นใจที่จะซื้อมากกว่าผลิตภัณฑ์ไร้อันดับ นั่นยิ่งทำให้เห็นว่าการคัดสรรและนำเสนอยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นไปอีก (ถ้าจะมองที่รากศัพท์ curator หรือผู้ที่ทำหน้าที่นี้เราแปลเป็นไทยว่า “ภัณฑารักษ์” หรือผู้ที่คอยดูแลพิพิธภัณฑ์นั่นเอง) ดูตัวอย่างไม่ต้องมองไปไกล Google ที่ช่วยค้นหาข้อมูลจนร่ำรวยทะลุฟ้า ก็เริ่มมาจากที่ไม่มี content ของตัวเองมากนัก แต่มีบทบาทสำคัญก็เพราะเป็นผู้ที่เชื่อมโยงให้ผู้สร้าง ผู้ขาย และผู้ที่ต้องการซื้อ content ได้มาพบกันโดยสะดวก รวมไปถึงการจัดรูปแบบข้อมูลให้สะดวกในการอ่านหรือค้นคว้าเท่านั้นเอง

อยากสำคัญใน search engine มั้ย มี content หมาศาลเข้าไว้สิ ยกตัวอย่างเช่น Amazon ทำได้มั้ย ไม่ได้หรอ งั้นอย่าหวังมากที่จะใช้ content อย่างเดียวในการไต่อันดับ

Comments

comments

Related posts: